2007/Sep/13

Chapter 2 - การพบกันอย่างไม่คาดฝัน

ฉันกำลังอยู่ที่ไหน ทำไมมันมืดอย่างนี้ ตรงนั้นมีคนยืนอยู่! นายเป็นใคร ช่วยบอกฉันทีว่าที่นี่ที่ไหน แต่เบื้องหลังนั่นฉันจำได้! เป็นนายใช่ไหม ลิเลียส! ใช่แล้ว ใช่นายจริงด้วย ฉันอยากจะเจอนายที่สุดลิเลียส

ทำไมนายทำหน้าเศร้าอย่างนั้นล่ะ นายจะยิ้มมาให้ฉันเสมอนะ อย่าทำหน้าเศร้าเลยลิเลียสมันทำให้ฉันทรมาน อย่าร้องไห้สิลิเลียส ฉันเจ็บปวดที่เห็นน้ำตานาย ฉันอยากไปหานาย แต่ทำไมนายถึงเอาแต่ส่ายหน้าไม่ให้ฉันไปหานาย ฉันอยากอยู่กับนาย ฉันรักนายลิเลียส

นายจะพบและรักคนอีกคนที่ไม่เหมือนฉัน

ไม่! ไม่นะลิเลียส ฉันรักนายคนเดียว อย่าทิ้งฉันไว้ อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวโดยที่ไม่มีนายอยู่เคียงข้างสิ

เลียสลิเลียสลิเลียส!!

ซีอัสสะดุ้งตื่นขึ้น มือที่ไขว่คว้าหาใครบางคนไว้ว่างเปล่า เมื่อครู่เขาฝันเห็นลิเลียส ทั้งที่ไม่ได้ฝันเห็นมานาน ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางสำรวจห้องที่เขานอนอยู่ เขายังไม่ตายทั้งที่เลือดไหลทะลักออกมาเยอะขนาดนั้น

แล้วคนที่ช่วยเขาไว้

ชายหนุ่มจำได้แต่สัมผัสมือที่แตะหน้าเขา ถึงมันจะเย็นแต่ดูอบอุ่นและอ่อนโยน ซีอัสจัดหมอนให้ตั้งขึ้น และพิงหลังลงไป ในสมองคิดมากมายหลายเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องของชีรีลและแอรัล พวกนั้นยังไม่รู้ว่าจีนส์หักหลังเขา และชารอนจะทำอะไรกับสองคนนั่น ถ้าลองมันแตะต้องน้องเขาล่ะก็เขาจะฆ่ามันแน่!

เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ซีอัสละความคิดของตนเองหันไปมองคนที่เข้ามา

ฟีเซียส ซีอัสพูดด้วยเสียงแหบแห้งเมื่อเห็นคนตรงหน้า ชายหนุ่มรู้จักดี คนคนนี้เป็นคนที่เขาเกลียดขี้หน้าเป็นที่สุด และเป็นคนสุดท้ายที่อยากเจอ

อ้อฟื้นแล้วเหรอ เซรัสพูดเสียงเรียบไม่สนใจกับท่าทางนั้น ชายหนุ่มเดินตรงมานั่งข้างเตียง พร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลเสร็จสรรพ

ฉันหลับไปกี่วัน

นายหมดสติไปสามวัน โชคดีที่แค่เฉียดไปเท่านั้น แต่มือถือของนายพังยับนะ เพราะรับลูกกระสุนไว้ แผลนายดีขึ้นกว่าเมื่อวานนิดหน่อย เซรัสพูดไป มือก็คอยทำแผลให้ซีอัสอย่างชำนาญ

หึ ถ้าพวกเพื่อนมาเห็นคงตกใจน่าดู ซีอัสยิ้มเยาะ เขาถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยมือของคนที่เขาเกลียดที่สุด

ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะดาร์ค ฉันไม่ว่าหรอกนะ ถ้าจะให้นายใช้ห้องนี้ เพราะยังไงฉันก็ใช้ห้องพวกนี้ไม่หมดหรอก เซรัสเก็บของเมื่อทำแผลให้เสร็จ และจัดยาให้

นี่ยาแก้ไข้ แก้อักเสบ กินซะฉันจะมาดูอีกทีตอนเย็น หรือถ้าอยากเดินไปไหนมาไหนก็ตามใจนาย ถ้าขานายพาเดินไปได้นะ พูดจบเซรัสก็เดินออกไปทันทีโดยไม่เหลียวแลมาข้างหลังเลย

ชายหนุ่มค่อยๆ นอนลงอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เซรัสช่วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็เขาคงโดนซ้ำให้ตายเลยกระมังถ้าบาดเจ็บแบบนี้ ซีอัสนึกถึงภาพในอดีตสมัยที่เรียนมหาลัย กลุ่มพวกเขาที่มีลิเลียส แมคไคลน์, ลาสเตอร์ วาชูรี่ และตัวเขาเองที่เป็นกลุ่มเฮ้วประจำมหาลัย โดยมีศัตรูคู่อาฆาตคือเซรัส ฟีเซียส ที่มักจะคอยจับผิด ขัดขวางแผนการพวกเขาสม่ำเสมอ

ฟีเซียสที่เย่อหยิ่ง ต้องเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ทุกอย่าง ผิดกับพวกเขาที่คิดว่ากฎมีไว้เพื่อแหก ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะมาประสบกันด้วยดีได้ ไม่ว่าจะจบจากมหาลัยแล้วก็ตาม เซรัสก็ยังคงเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพวกเขาเสมอมา และสิ่งนี้แหละที่ทำให้ซีอัสแปลกใจถึงการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังเท้าของเซรัส

ฉันคิดว่านายคงต้องการของรองท้องนะ เซรัสเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง พร้อมกับนมอุ่น ชายหนุ่มนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียงพลางยื่นนมอุ่นให้

หวังว่านายคงไม่ได้ใส่ยาพิษให้ฉันนะ

ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันคงซ้ำนายให้ตายตรงนั้นแล้ว ไม่ต้องมานั่งคอยให้นายฟื้นแล้วฆ่าให้ตายอีกทีหรอกเปลืองยาบ้านฉัน เซรัสยังคงพูดเสียงเรียบ ไม่ได้สนใจที่จะปะทะคารมกับซีอัสเลยแม้แต่น้อย

ทำไมนายถึงช่วยฉัน

ฉันไม่ได้ช่วยนาย เซรัสยิ้มเยาะออกมาเมื่ออีกฝ่ายเข้าใจผิด

จิ๊งค์ต่างหากที่ช่วยต้องขอบคุณนะที่เขาไปเจอนายเข้าก่อนที่นายจะเสียเลือดหมดตัว

อ้อฉันคงคิดผิดจริงๆ

ซีอัสส่ายหน้า เขาคิดผิดที่คิดว่าเซรัสเปลี่ยนแปลงไป เพราะไม่ว่าอย่างไรท่าทางของเซรัสก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อมือของเซรัสมาแตะตรงหน้าเขา มือนั้นเย็นซีดเหมือนกับคืนที่เขาสัมผัสได้ แต่ในความเย็นนั้นมันให้สัมผัสอันอบอุ่นเหลือเกิน

ไข้นายลดแล้วล่ะ ฉันคงไม่ต้องให้นายกินยาอีก แล้วก็กินเร็วๆ ด้วยฉันจะได้เอาถ้วยไปล้างซะที

ชายหนุ่มงุนงงกับท่าทางที่ไม่เหมือนคำพูดเท่าไรนัก แต่ก็รีบดื่มนมจนหมดถ้วยและยื่นคืนให้ เซรัสรับมาก่อนจะออกจากห้องไป เหลือทิ้งไว้แต่ความสงสัยของซีอัสที่มีอยู่ในตัวเซรัสเท่านั้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ในตอนกลางคืนซีอัสรู้สึกว่าตัวเองไข้ขึ้นอีกรอบ หรือบางทีเขาอาจกำลังโดนยาพิษของเซรัสเล่นงานอยู่ก็ได้ เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในห้องกำลังเคลื่อนไหว และเสียงประตูเปิดออกไป ชายหนุ่มงุนงงว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น และแล้วก็ได้ยินเสียงของเซรัสที่พูดกับใครบางคน

ขอบใจมากนะจิ๊งค์ เดี๋ยวฉันเฝ้าเขาแทนเองไปนอนให้สบายเถอะ เสียงประตูปิดลง ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาในห้อง

ทำไมนายถึงต้องทำให้คนอื่นลำบากด้วยนะ

เสียงของเซรัสพึมพำ และบ่นอย่างอารมณ์เสียก่อนจะทรุดนั่งลงข้างเตียง ชายหนุ่มรู้สึกถึงมืออันเย็นจัดของคนที่สัมผัสหน้าเขา มันดูอ่อนโยนจนชายหนุ่มเผลอจับมือบางนั้นไว้แนบแก้ม

เซรัสสะดุ้งเมื่อซีอัสรวบมือเขาและกุมไว้แน่น ชายหนุ่มพยายามดึงมือตัวเองออก แต่มันก็ไม่ได้ผล และเขาก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อซีอัสจับมือเขาไล้ไปตามริมฝีปากและจุมพิตที่มือเขาแผ่วเบา เสียงทุ้มของซีอัสพึมพำเรียกชื่อของคนคนหนึ่งออกมา มันเป็นชื่อที่เซรัสคุ้นเคยและรู้จักดี

ลิเลียส

ฉันไม่ใช่แมคไคล์นะดาร์ค

ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่ว ปล่อยให้อีกฝ่ายจับมือเขาไว้อย่างนั้น คงจะทำอะไรไม่ได้เพราะเขายังไม่อยากให้ซีอัสรู้ว่าตัวเขามาทำอะไรในห้องนี้ เซรัสทรุดนั่งลงข้างเตียง มองดูหน้าคมคร้านที่กำลังทรมานเพราะพิษไข้ และตัวเองก็เผลอฟุบหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้นเซรัสรีบตื่นขึ้นมาก่อนที่ซีอัสจะตื่นและพบเขาอยู่ในห้องนี้ ชายหนุ่มชักมือตัวเองออกจากมือที่กุมเขาไว้ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไว ไม่รู้เลยว่าสายตาของซีอัสกำลังจับจ้องเขาอยู่

ซีอัสตื่นขึ้นมานานแล้ว และทันได้เห็นใบหน้ายามหลับของเซรัสที่นอนฟุบอยู่ข้างเขา โดยที่มือของเซรัสโดนชายหนุ่มกุมไว้อยู่ เขานึกขำตัวเองที่เมื่อคืนดันคิดว่าเซรัสคือลิเลียส เขาเกือบเผลอดึงเซรัสเข้ามากอดแล้วด้วยซ้ำ หากมือนั้นยังคงดึงดันจะออกไปให้ได้

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงเซรัสก็เดินเข้ามา พร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลดั่งเช่นเมื่อวาน ชายหนุ่มทรุดนั่งลงตรงที่เดิม สีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกเหมือนอย่างที่ทำเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว

แผลนายหายไวมาก อีกไม่นานก็ไม่ต้องพันผ้าพันแผลแล้ว ฉันคิดว่าอาจจะเหลือแผลเป็นไว้นิดหน่อย ถ้านายเจ้าสำอางค์ก็ไปให้หมอศัลยกรรมลบรอยแผลเป็นก็แล้วกัน

ฉันไม่ทำหรอกแผลนี่เป็นเครื่องเตือนความจำฉัน

เซรัสเงยหน้าขึ้น มองอย่างสงสัยครู่หนึ่งแล้วก้มไปพันผ้าพันแผลต่อ

นายคงไม่อยากฟังสาเหตุจากฉันเท่าไหร่หรอกใช่มั้ยฟีเซียส ซีอัสมองดูอาการคนตรงหน้านิ่ง ไม่ว่าอย่างไรเซรัสก็ไม่เคยแสดงอาการอะไรออกมา นอกจากเงียบขรึมเช่นเดิม

มันก็ของแน่นอนอยู่แล้วดาร์ค แล้วช่วยจัดการกับผมของนายหน่อยเถอะนะ มันเกะกะเวลาฉันพันแผล เซรัสรำคาญผมของชายหนุ่มที่ยาวเกะกะ ไม่ว่าตอนไหนผมของซีอัสก็ยาวอย่างนี้เสมอ ผมที่ไว้ยาวเพื่อใครบางคน

อ้อ ครับ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ รวบผมขึ้น จนเซรัสพันแผลให้เสร็จ จึงปล่อยให้มันยาวสยายอีกครั้ง

นายควรจะเดินออกกำลังซะบ้างนะ นอนคุดคู้อย่างนี้ไม่ช่วยให้นายหายได้หรอก เซรัสเก็บเครื่องมือลงกระเป๋าลุกเดินออกไป แต่เสียงเรียกของซีอัสทำให้เซรัสหันกลับมามอง

นายช่วยหยิบมีดนั่นให้ฉันหน่อยได้ไหม ซีอัสชี้ไปที่มีดปอกผลไม้บนโต๊ะ เซรัสหยิบมันส่งให้ สงสัยว่าชายหนุ่มต้องการไปทำไม

นาย! ชายหนุ่มตกใจ เมื่อเห็นซีอัสตัดผมตัวเองออก

ฉันไม่ต้องการมันแล้ว ซีอัสรู้สึกโล่งขึ้นเมื่อตัดผมออก อดีตแต่หนหลังที่แบกไว้มันหนักเหลือเกิน หลายครั้งหลายคราที่หนักจนรับไม่ไหว แต่เพราะอะไรกันชายหนุ่มถึงตัดสินใจตอนนี้

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

แต่ผมนั่นนายไว้เพื่อแมคไคลน์ เซรัสหุบปากตัวเองเมื่อเผลอพูดเรื่องที่ไม่ควรจะรู้ออกไป ซีอัสหันมามองด้วยความสงสัย จ้องเขม็งมายังเซรัสราวกับกำลังจะจับผิด

นายรู้เรื่องนี้ได้ไงคนที่รู้มีแต่ลาสเตอร์กับจีน่าเท่านั้น

ฉันคิดว่านายควรจะเดินลงไปทานอาหารเช้าข้างล่างจะดีกว่านะ อาหารจะรอนายอยู่ที่โต๊ะ

เซรัสเผ่นพรวดออกนอกห้องทันที ซีอัสมองตามแผ่นหลังนั้นไป ใจเริ่มนึกสงสัยครามครัน ทำไมเซรัสถึงรู้เรื่องนี้ได้ เรื่องผมของเขามีเพียงเพื่อนในกลุ่มเท่านั้นที่รู้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หนึ่งอาทิตย์ที่ซีอัสพักอยู่ที่บ้าน ชายหนุ่มมักจะแปลกใจอยู่เสมอที่อยู่ที่นี่ เซรัสที่เขารู้จักไม่เคยคิดจะอยู่กับใครแม้กับสัตว์ก็ตาม อย่างเช่นสุนัขที่ชื่อจิ๊งค์ตัวนี้ ความสงสัยเริ่มทวีมากขึ้นทุกวันยิ่งนานวันเข้าชายหนุ่มก็อยากจะจับตัวเซรัสเพื่อคาดคั้นถามความจริง

ซีอัสมองดูห้องทำงานของเซรัส ด้านในนั้นมีคนที่อยากคาดคั้นถาม แต่ชายหนุ่มไม่เคยแม้แต่จะจับตัวได้เสียที

เซรัสมักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานตลอด ไม่ยอมออกมาข้างนอกจนถึงเย็นที่จะออกมาทานข้าวเย็นกับจิ๊งค์และดูข่าวภาคค่ำ พอจะถึงช่วงที่ชายหนุ่มจะรั้งตัวไว้ เซรัสก็ใช้ความว่องไวหนีขึ้นไปชั้นบน จนชายหนุ่มหาช่องว่างที่จะคอยถามไม่ได้เลย

เสียงกริ่งประตูบ้านละความสนใจจากห้องทำงานของเซรัส ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตู มองดูหญิงชราวัย 60 ที่ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเจอหน้าเขา

เอ่อหวังว่าฉันคงไม่ได้เข้าบ้านผิดนะคะ เพราะบ้านหลังนี้มันมีอยู่หลังเดียวตรงแถบนี้ หญิงชราตะกุกตะกักถาม

ไม่ทราบว่า จะมาพบใครหรือครับ มาดาม

มิสเตอร์เซรัสอยู่มั้ยคะ ดิฉันพรอมพรีย์ พรีเวลล์ค่ะ คือเราสัญญาไว้ว่าเราจะดื่มน้ำชาด้วยกัน แต่ดิฉันไม่เห็นเขามาหาเลย ตั้งหนึ่งเดือนแล้วก็เลยลองแวะมาดูค่ะ

เชิญเข้ามาข้างในก่อนซีครับมิสซิสพรีเวลล์ ผมจะไปเรียกเขามาให้ พอดีว่าเขาต้องทำงาน และคอยดูแลผมที่ไม่สบายเลยไม่ได้ไปตามที่สัญญาไว้ ชายหนุ่มเชิญหญิงชราเข้ามา ส่งยิ้มเจ้าบ้านให้ รอยยิ้มนั้นทำให้หญิงชราพอจะเบาใจกับข้อสงสัยได้มากพอดู

ขอบคุณค่ะ เอ่อคุณ

ซีอัส ดาร์คครับ เรียกผมว่าซีอัสก็ได้ ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

ค่ะดิฉันพรอมพรีย์ค่ะ เอ่อ คุณซีอัสนี่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับเซรัสหรือเปล่าคะ มิสซิสพรอมพรีย์มองอย่างสงสัย เพราะชายหนุ่มหน้าตาอ่อนวัยเหมือนกับเซรัสมาก จนเธอไม่แน่ใจว่าจะอายุเท่ากันหรือเปล่า

ครับ เราเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน คุณรู้จักเซรัสมากแค่ไหนครับ ซีอัสยิ้มตอบ ชายหนุ่มเริ่มลองถามเรื่องของเซรัสดู เขาอยากรู้เรื่องของเซรัสให้มากกว่านี้

เราเคยคุยกันแค่ครั้งเดียวเองค่ะ ตอนที่ฉันช่วยเขาบอกทางมาบ้านหลังนี้ เขาเป็นคนที่อ่อนโยนและยิ้มแย้มดีค่ะ หมายถึงที่ดิฉันเห็นนะคะ หญิงชรารีบแก้ตัวเมื่อชายหนุ่มทำสายตาไม่น่าเชื่อ

อ้อครับ คือตอนเรียนมหาลัยเขาก็เป็นแบบนั้น

เฮ้อ ดิฉันก็เป็นห่วงเหมือนกัน แถวนี้ไม่ค่อยมีใครเดินผ่านด้วย โชคดีที่คุณอยู่ด้วย

มีใครมาเหรอดาร์ค เซรัสลงมาจากข้างบนพร้อมกับจิ๊งค์ สายตาจ้องซีอัสเขม็ง ราวกับถามว่านายกำลังทำอะไร

นายรู้ได้ไง ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

จิ๊งค์ขึ้นไปเรียกฉันที่ห้องทำงาน เซรัสตอบเสียงเมิน หันไปมองแขกที่ซีอัสพาเข้ามาให้ เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ชายหนุ่มจึงส่งยิ้มให้ผิดกับท่าทางที่แสดงออกใส่ซีอัส

อ้อ มิสซิสพรอมพรีย์อุตส่าห์มาถึงที่นี่ ผมขอโทษด้วยนะครับที่ไม่มีโอกาสแวะไปทานน้ำชากับคุณเลย

ไม่เป็นไรหรอกค่ะที่ดิฉันมาที่นี่ก็แค่เป็นห่วงคุณเท่านั้นว่าแต่ มิสซิสพรอมพรีย์มองไปยังสุนัขสีดำตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างเขาด้วยท่าทางที่สงบ

จิ๊งค์ครับ เป็นสมาชิกของบ้านนี้ครับ

จิ๊งค์เห่าตอบเป็นการทักทาย มิสซิสพรอมพรีย์หัวเราะอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางโต้ตอบของจิ๊งค์

ดูฉลาดดีนะคะ

เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ครับ ผมคิดว่าพวกคุณคงทำความรู้จักกันแล้ว เซรัสปรายตาไปทางซีอัส สายตาที่มองมา ทำให้ซีอัสคิดได้อย่างเดียวว่าชายหนุ่มเป็นส่วนเกินในที่นี้

ค่ะเป็นคนหนุ่มที่หล่อมากค่ะ

ขอบคุณที่ชมครับมิสซิสพรอมพรีย์

วันนี้อากาศดีเราไปทานน้ำชาที่สวนดีกว่านะครับ จิ๊งค์จะพาคุณไปส่วนผมขอไปเตรียมของก่อน เซรัสผายมือไปทางสวน มิสซิสพรอมพรีย์เดินตามจิ๊งค์ไปด้วยความยินดี

นายจะร่วมทานน้ำชากับเรามั้ย เซรัสหันมาทางชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามาในครัว

ก็ดีเปลี่ยนบรรยากาศ ฉันคิดว่านายจะตะเพิดฉันไปซะอีก

เป็นมารยาทของเจ้าบ้านที่จะต้องต้อนรับแขกดาร์ค ตอนนี้นายอยู่ในฐานะแขกของบ้านหลังนี้

ซีอัสสังเกตคำพูดของเซรัสที่ใช้คำว่าแขกของบ้านหลังนี้ แทนคำว่าแขกของฉัน ชายหนุ่มเดาได้ว่าเซรัสไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นแขกเท่าไรนัก

ฟีเซียส!

ซีอัสรั้งเอวบางให้ล้มลงบนตักเขาแทนที่จะล้มไปข้างหน้า มือรับถาดน้ำชาที่หลุดจากมือเซรัสชนิดเกือบต้องเสียค่าถ้วยน้ำชาใหม่ ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงเบาที่ไม่มีอะไรตกแตกเสียหาย

ล้มทั้งที่ไม่มีอะไรให้สะดุดเหรอฮะฟีเซียส

ชายหนุ่มบ่นออกมา มองดูเซรัสที่ยกมือกุมหน้า ดูท่าทางเซรัสจะไม่ได้ยินที่เขาพูด ซีอัสเขย่าเรียกเซรัสอีกครั้งอย่างสงสัย

ฟีเซียส!!

อ้อ!! โทษทีฉันสะดุดขาตัวเอง ขอบใจนะ

เซรัสลุกจากตักพลางหยิบถาดน้ำชาไปจากมือชายหนุ่ม ซีอัสมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไป นึกถึงคำขอบใจครั้งแรกที่เซรัสพูด ชายหนุ่มเชื่อว่าเซรัสจะไม่มีทางพูดกับเขาแน่ แต่มันก็ไม่ใช่เขาได้ยินเซรัสพูดเช่นนั้น

ชายหนุ่มมองแขนตัวเองที่โอบกอดเอวของเซรัสไว้เมื่อครู่ เขาไม่เคยรู้เลยว่าเซรัสจะเอวบางขนาดนั้น รูปร่างคงพอดีกับลิเลียส ชายหนุ่มส่ายหน้า เขาไม่มีทางเอาลิเลียสมาเทียบกับเซรัสเป็นอันขาด ซีอัสออกไปร่วมทานน้ำชากับมิสซิสพรอมพรีย์ หยุดคิดถึงสิ่งที่เขาเฝ้าครุ่นคิด เวลาน้ำชาเป็นเวลาที่คลายเครียดระหว่างเขากับเซรัสได้ดี พิสูจน์ได้จากสิ่งที่เห็นตอนนี้

เซรัสในตอนนี้ต่างจากที่เขาเห็นโดยสิ้นเชิง ยิ้มน้อยที่มีให้เห็นบ้างเป็นบางครั้งระหว่างทานน้ำชา และเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มสังเกตพฤติกรรมนั้นตลอดเวลา จนเวลาน้ำชาสิ้นสุดลงเมื่อมิสซิสพรอมพรีย์ขอลากลับ ชายหนุ่มอาสาพาไปส่งจนถึงหน้าบ้าน เซรัสรับหน้าที่เก็บถาดน้ำชา และถาดขนมเค้ก

ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์ซีอัสช่างเป็นเวลาน้ำชาที่สนุกมากค่ะ

ด้วยความยินดีครับมิสซิสพรอมพรีย์ ชายหนุ่มยิ้มตอบ

ดิฉันค่อยโล่งใจหน่อยที่คุณอยู่ด้วย ฝากเซรัสด้วยนะคะ มิสซิสพรอมพรีย์ยกมือซีอัสขึ้นมาตบเบาๆ ฝากฝังความหวังอันแปลกประหลาดให้ชายหนุ่มสงสัย

หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ

แหมไม่ต้องปิดบังก็ได้ค่ะ พวกคุณเป็นคนรักกันใช่ไหมคะ

ซีอัสหน้าตื่นที่ได้ยินคำนั้น ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ

ก็คุณจ้องเซรัสไม่วางตาเลย เวลาเซรัสยิ้มคุณก็ยิ้ม อย่ามาดูถูกสายตาของคนผ่านโลกมาแล้วอย่างดิฉันเลยนะคะ แต่ดูท่าทางเซรัสจะไม่สังเกตเลยนะว่าคุณจ้องเขาอยู่

คือว่ามันไม่ใช่แบบนั้นครับ เราเป็นแค่เพื่อนสมัยมหาลัยกันเท่านั้น คือเขาเปลี่ยนไปมากจนผมแปลกใจ และก็สงสัยเท่านั้นเองแหละครับ ซีอัสรีบแก้ตัวเมื่อถูกมองออก ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งใจที่เซรัสไม่รู้ว่าเขาจ้องอยู่

อ้าวงั้นเหรอคะ แหมดิฉันเองก็เข้าใจผิดไปซะยกใหญ่ ยังไงก็ฝากดูแลเขาด้วยนะคะ ไปล่ะค่ะ

มิสซิสพรอมพรีย์ทำท่าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่แสดงอาการหรือท่าทีอะไรมากนักและลากลับทันที ชายหนุ่มนึกขำกับคำพูดของมิสซิสพรอมพรีย์ที่ว่าพวกเขาเป็นคนรัก มันตรงกันข้ามเลยซะด้วยซ้ำ อย่างน้อยเขาก็ยังเกลียดเซรัสอยู่น่ะแหละ ชนิดเข้ากระดูกดำเลย

แต่ว่าช่วงเวลาที่เขามาอยู่ที่นี่ ก็ดูเหมือนจะไม่แน่ใจตนเองซักเท่าไหร่

ความรู้สึกเกลียดมันจะมีมากเท่าเหมือนเมื่อก่อน หรือว่ามันจะน้อยลง มันคงเป็นเพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของเซรัสนี่แหละที่ทำให้เขาสับสน หลังจากที่ชายหนุ่มยืนคิดอยู่นานจึงหมุนตัวกลับเพื่อเดินเข้าบ้าน

เสียงเห่าของจิ๊งค์ดังมาจากในบ้าน ซีอัสรีบวิ่งเข้าไปทันที จิ๊งค์ไม่เคยเห่าพร่ำเพรื่อ ยกเว้นเพียงแต่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มวิ่งไปตามเสียงที่ได้ยิน ทะลุผ่านห้องนั่งเล่นไปจนถึงห้องครัว ก็พบจิ๊งค์ส่งเสียงงี้ดเมื่อเขามาถึง มันใช้จมูกดุนแขนเซรัสที่นอนคว่ำอยู่ ท่าทางลุกลนของมันทำให้ชายหนุ่มถลาตัวเข้าไปประคองเซรัสลุกขึ้นมา

ฟีเซียส!

ใบหน้าของเซรัสซีดขาวไม่มีสีเลือดจนชายหนุ่มใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ใจนึกพะวงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเซรัส เสียงลมหายใจแผ่วที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มคลายความกังวลลง มองหน้าเซรัสที่เพิ่งมาสังเกตว่ากำลังหลับอยู่

นายจะให้ฉันหัวใจวายตายหรือไงกันฮะฟีเซียส

ซีอัสอุ้มคู่อริเดินขึ้นไปชั้นบน ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่เซรัสน้ำหนักเบากว่าที่เขาคิดมากนัก นายกินอะไรเข้าไปบ้างเนี่ยฮะฟีเซียส

ชายหนุ่มบ่นโดยที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้ยินที่เขาพูด ซีอัสอุ้มร่างผอมบางเข้าไปในห้องนอนพร้อมกับจิ๊งค์ที่ช่วยเปิดประตูให้ เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในห้องของเซรัส

ห้องสีขาวจัดไว้เป็นระเบียบและสัดส่วน ลมเย็นพัดเข้ามาจากหน้าต่าง เสียงกระดิ่งตรงระเบียงทำให้เขามองภาพพจน์ของเซรัสแปลกไป ไม่คิดว่าเซรัสจะจัดห้องแบบนี้ ไม่ค่อยตรงกับนิสัยที่เขาเคยเห็นเลย ชายหนุ่มวางร่างเพรียวบางลงบนเตียง จัดแจงห่มผ้าให้ร่างที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว

เขาเพิ่งมาสังเกตรูปหน้าของเซรัสก็วันนี้ ใบหน้าขาวนวลที่เริ่มมีสีเลือดให้เห็นขึ้นมาหน่อย ริมฝีปากสีแดงดูซีดเซียว ผมสีดำสั้นรับเข้ากับใบหน้า ชายหนุ่มเผลอไล้เรียวนิ้วไปตามใบหน้าขาวนวล ใบหน้ายามหลับดูน่ามองยิ่งขึ้น มากกว่าตอนที่เรียนในมหาลัย ซีอัสชักมือกลับเมื่อได้ยินเสียงครางในลำคอ ร่างเพรียวบางเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย เผยให้เห็นช่วงคอขาวที่โผล่พ้นออกมา

ความคิดวูบหนึ่งผ่านเข้ามาในสมอง หากเขาจูบไปบนต้นคอขาวนั้นมันจะแดงซักแค่ไหนนะ ซีอัสส่ายหน้าปัดความคิดนี้ทิ้งทันที ทำไมความคิดนี้ถึงผุดขึ้นมาได้ เขาไม่เคยคิดจะจูบใครนอกจากลิเลียสเท่านั้น

ฉันทำให้นายตกใจหรือไงกัน

หัวใจจะวายมากกว่า ถ้าจะหลับก็หลับให้เหมือนกับคนปกติหน่อยไม่ได้หรือไงกัน ชายหนุ่มใช้มือไล้ไปตามเรียวหน้าซีดขาวราวกระดาษอย่างเบามือ มองดูหน้าขาวนวลที่หลับตามพริ้ม

เป็นไงบ้างล่ะ

ใครเป็นอะไร เซรัสลืมตามองดูซีอัสอย่างสงสัย

แล้วไอ้ที่เป็นอยู่นี่ไม่ใช่นายหรือไง

ซีอัสรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของเซรัสจนแทบอยากจะตะโกนใส่หูให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ทำไมเขาถึงจะต้องมาโมโหกับท่าทางของเซรัสด้วยก็ไม่รู้

ฉันไม่ได้เป็นอะไรนี่ เซรัสพูดเสียงเรียบพลางหลับตาลงอีกครั้ง

แล้วที่ฉันต้องอุ้มนายมาบนห้องนี่ ไม่เรียกว่าไม่ได้เป็นอะไรหรือไง

ไม่ได้ขอให้นายอุ้มขึ้นมาซักหน่อย

ฉันก็ไม่ได้อยากทำนักหรอก แต่จิ๊งค์มันเห่าซะเสียงดังขนาดนั้น ถ้าฉันไม่อุ้มนายขึ้นมามันก็คงเห่าไม่เลิก เซรัสนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มนึกอยากจะบีบคอคนตรงหน้า ที่ทำเป็นไม่สนใจกับคำพูดของเขา

นายออกไปได้แล้วล่ะ ฉันจะนอน

ชายหนุ่มถอนหายใจกับคนตรงหน้า ตอนนี้ซีอัสไม่รู้สึกว่าอยากเถียงต่อ เหนื่อยใจมากกว่าที่จะต้องมาถูกกดดันด้วยใบหน้าเรียบเฉยของเซรัส ชายหนุ่มห่มผ้าให้และลุกเดินออกไป

เมื่อซีอัสออกไปแล้วเซรัสถอนหายใจทันที เขาทำตัวลำบากเวลาอยู่ต่อหน้าซีอัส คงเป็นเพราะพวกเขาเป็นศัตรูกันมาก่อน ไม่เคยคิดที่จะคุยด้วย ไม่เคยคิดที่จะมองหน้ากันหรือทำกิจกรรมร่วมกัน เวลาที่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเลยทำให้รู้สึกแปลก ถึงคิดไปก็เท่านั้นเขาได้แต่คอยเมินหน้าซีอัสตลอดมา

เซรัสนอนฟังเสียงกระดิ่งตรงระเบียงจนผลอยหลับไป

TBC.

Chapter 3 แปลก...เปลี่ยน

2007/Sep/06

Chapter 1 - กลับสู่อดีต

อยากจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร อยากรู้จักตัวเองให้มากขึ้น อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่จะทำอย่างไร ฉันต้องหาสถานที่ใหม่ เพื่อเริ่มต้นกับฉันคนใหม่ เพื่อลืมเลือนกับอดีตอันแสนเศร้า เพื่อลืมมัน ถึงแม้ว่าจะหนีมันไม่พ้นเสียที

"เซรัสเธอจะไปจริงหรือ"

"ครับศาสตราจารย์ธีโอดอร์ ผมอยากลองหาอะไรใหม่ๆ ทำ"

ศาสตราจารย์ธีโอดอร์ย่างเข้าสู่ปีที่ 70 ผมหงอกขาวเป็นบางแห่ง แว่นตากรอบสี่เหลี่ยมยิ่งทำให้ดูแก่วัยขึ้นไปอีก นัยน์ตาแม้เริ่มฝ้าฟางก็ยังคงสังเกตเห็นความแน่วแน่ การตัดสินใจที่จะไม่หันหลังกลับของชายหนุ่ม

"เอาเถอะเซรัส ถ้าเธอตัดสินใจดีแล้วฉันก็ไม่ห้ามหรอก"

"ขอบคุณมากครับ"

ยิ้มน้อยเผยออกมาจากใบหน้าเครียดขึง แม้จะรู้ดีว่าอาจารย์ที่จะมาประจำตำแหน่งหายากก็ตามที ถึงจะรู้ดีว่าคงจะหาใครมาทำงานไม่ได้ เซรัสก็ตัดสินหนทางของตัวเองแล้ว

"แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะ" ชายชราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"คงจะเป็นพรุ่งนี้ครับ"

"แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย" ความเอื้ออาทรทำให้ชายหนุ่มซาบซึ้งใจ แต่เขาก็ไม่คิดจะรบกวนชายชราไปมากกว่านี้

"ไม่เป็นไรครับศาสตราจารย์ ผมหาซื้อบ้านไว้แล้ว ถ้าย้ายเสร็จเมื่อไหร่ผมจะติดต่อมาครับ"

"งั้นเหรอ อืมงั้นไปเถอะ" ชายชราพึมพำ ให้ชายหนุ่มออกไป

"ขอบคุณมากครับศาสตราจารย์"

เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลังจากที่เซรัสออกไป ในที่สุดเด็กหนุ่มที่เขารับมาก็ตัดสินใจที่จะไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยังหลงเหลือในจิตใจ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

"มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ"

หญิงชราวัย 60 หลังจากที่ดูชายหนุ่มเดินวนไปวนมาตั้งนานจึงตัดสินใจเข้าไปถาม เซรัสถอนหายใจโล่งอก เขากำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่พอดี

"ขอบคุณครับ ผมกำลังหาบ้านเลขที่ 13 อยู่พอดี"

"เอ๋! คุณจะไปบ้านนั้นเหรอคะ" เสียงนั้นดูจะตกใจไม่น้อย เสียงเริ่มเบาลงกลายเป็นกระซิบ

"ที่นั่นมีประวัติไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ"

"ประวัติไม่ค่อยดียังไงครับ" ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

"ก็ที่บ้านนั้นเมื่อก่อนมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น น่ากลัวออกค่ะ เขาว่าที่นั่นผีดุ" เธอขนลุกเกรียวเมื่อนึกถึง

"ผีเผอผมไม่กลัวหรอกครับ ผมกลัวคนมากกว่า" ชายหนุ่มหัวเราะราวกับไม่เชื่อเรื่องผีสาง รอยยิ้มของเซรัสทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกใจ

"ดิฉันพรอมพรีย์พรอมพรีย์ พรีเวลล์ อยู่บ้านเลขที่ 19 ว่างๆ แวะมาทานน้ำชาด้วยกันบ้างนะคะ"

"ครับด้วยความยินดีมิสซิสพรอมพรีย์ ผมเซรัส ฟีเซียสครับ เห็นอย่างนี้ผม 28 แล้วนะครับ" ชายหนุ่มยิ้มตอบกลับ มิสซิสพรอมพรีย์ร้องอย่างตกใจ

"ต๊าย! ดิฉันคิดว่าคุณยังเรียนโรงเรียนมัธยมปลายอยู่เสียอีก"

"ก็มีบ่อยครับ คนส่วนใหญ่จะพูดแบบนี้" หัวเราะเสียงเบา

"ดิฉันคิดว่าถ้ายืนตรงนี้อยู่อีกล่ะก็คุณคงไม่ได้ไปบ้านนั้นแน่ เดินตรงไปจนถึงซอยที่ 4 แล้